บริจาค

เห็นว่า..บล็อกนี้ดี มีประโยชน์... โปรดสนับสนุนผู้ทำบล็อกได้ที่ พร้อมเพย์ 083-4616989
หรือบัญชี 002-1-70462-8 กสิกรไทย สาขาบางลำภู

จักรแก้วของนักเรียนกับของครู

โรงเรียนบ้านบุใหญ่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา อยู่ติดถนนสายมิตรภาพ ถ้ามาจากกรุงเทพฯ จะอยู่ฝั่งขวามือ ถ้าจะจำง่ายๆ ก็เลยบริษัทซีเกทมานิดหนึ่ง

ที่บอกละเอียดก็เพราะว่า สิ่งที่เขียนไปนี้ ถ้าสงสัยก็ขอให้ไปสอบถามที่โรงเรียนเลย  เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ยังเรียนอยู่

ยกเว้นเด็ก ป.6 เพราะ ไปเรียนต่อ ม. 1 ที่โรงเรียนอื่นๆ แล้ว 

ถ้าไม่อยากเสียเงินเดินทาง แต่สงสัยก็ให้ถามครูณัชชาพร เจ้าของโครงการก็ได้  เบอร์โทรของครูณัชชาพร คือ 083-3857404

ผมไปสอนที่โรงเรียนบุใหญ่ถึงปีนี้เข้าปีที่สามแล้ว  การสอนจึงใช้เวลาน้อยมาก  ผมสอนวิชา 18 กายให้นักเรียนใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที

ก่อนเริ่มการเรียนการสอนต้องฉายการ์ตูนให้เด็กดูก่อน  เด็กทุกคนไม่อยากนั่งสมาธิ  แต่อยากดูการ์ตูน 

เมื่อดูการ์ตูนเสร็จแล้ว ก็นั่งสมาธิ แล้วก็ดูการ์ตูนอีกรอบหนึ่ง

แต่ในระยะหลังนี้ ผมพบว่า เด็กชอบวาดพระ กับวาดจักรพรรดิมากกว่าดูการ์ตูนเสียอีก  หมายถึงว่า ต้องดูการ์ตูนไปก่อน 1 รอบ 

หลังจากนั่งสมาธิแล้ว เด็กชอบวาดรูป

เด็กนักเรียนที่ผมสอนนี้ ผมขอรัตนะเจ็ดให้ทุกคน  ดังนั้นในการเดินวิชา 18 กาย  รัตนะเจ็ดของเด็กนักเรียนก็จะมาเดินวิชาด้วยทุกครั้ง

วันหนึ่งผมให้เด็กดูจักรแก้วของผมอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อดูเสร็จแล้ว  ผมก็ “สั่ง” ให้เด็กทุกคน  อาราธนาจักรแก้วของพวกเขา ให้มาพบจักรแก้วของผม แล้วก็ให้วาดรูป

สำหรับวิดิโอการดูจักรแก้วก็ดูได้ในบทความ “จักรพรรดิจักรแก้วในเรือน” 

เด็กที่ทำได้มีเพียง 4 คน สองกลุ่ม  นอกนั้นเห็นจักรแก้วของผม แต่ไม่สามารถอาราธนาจักรแก้วของเขา ให้มาพบจักรแก้วของผมได้


ภาพนี้ จักรแก้วแสดงให้เห็นเป็นกายธรรมของท่าน แต่ให้รู้ว่าเป็นจักรแก้ว ก็มีจักรแก้วให้เห็น จักรแก้วของนักเรียนอยู่ซ้ายมือ ของผมอยู่ขวามือ


ภาพนี้ก็เช่นเดียวกัน จักรแก้วของนักเรียนอยู่ซ้ายมือ ของผมอยู่ขวามือ แต่จักรแก้วของนักเรียนนั่ง


ในระหว่างวาดรูป ผมก็เดินดูไปเรื่อยๆ  เมื่อเห็นเด็กวาดจักรแก้วอยู่บนจักร  ผมก็ถามว่า “จักรแก้วยืนอยู่บนจักรหรือ

เด็กนักเรียนก็ตอบว่า “ลอยอยู่ ถ้ายืนอยู่บนจักรก็ต้องหมุนไปกับจักรนะซิ

คำตอบของนักเรียนแสดงให้เห็นว่า นักเรียนกลุ่มนี้เห็นชัดจริงๆ [ในการดูจักรแก้วกับวาดรูป ผมให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม]

จักรแก้วที่เป็นอาวุธของจักรพรรดิจักรแก้วจะ “หมุน” ตลอดเวลา  ในทางปกติธรรมดาจะหมุนไปทางหนึ่ง

เมื่อออกรบจะหมุนอีกทางหนึ่ง

ภาพนี้ จักรแก้วแสดงให้เห็นเป็นกายธรรมของท่าน แต่ให้รู้ว่าเป็นจักรแก้ว ก็มีจักรแก้วให้เห็น

จักรแก้วของนักเรียนอยู่ซ้ายมือ ของผมอยู่ขวามือ

ภาพนี้ก็เช่นเดียวกัน  แต่จักรแก้วของนักเรียนนั่ง....................




จักรพรรดิจักรแก้วในเรือน

จักรพรรดิ” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง จักรพรรดิแบบพระเจ้าอโศกมหาราช แต่เป็นจักรพรรดิในศาสนา ซึ่งท่านมีแต่กายละเอียด ไม่ได้มีกายเนื้อ  สำหรับ “เรือน” ของท่านก็คือ รัตนชาติต่างๆ ยกเว้นรัตนชาติสีดำ

ในการนำศาสนาพุทธมาสอนพุทธศาสนิกชนนั้น จะมี 2 ยุคคือ ยุคของพระพุทธเจ้ากับยุคของจักรพรรดิ

ยุคของพระพุทธเจ้า เรารู้จักดี ก็ในยุคของเราปัจจุบันนี้ ถ้าเป็นยุคของจักรพรรดินั้น ผู้ที่มาทำหน้าที่สอนพุทธศาสนิกชนจะไม่ต้องบวช จะอยู่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เช่นเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราช

แต่พระองค์ไม่ได้ใช้อำนาจในทางทหารแบบพระเจ้าอโศกมหาราช แต่จะใช้อำนาจในทางธรรม  ในพระไตรปิฎกมีเรื่องราวของจักรพรรดิอยู่มากมาย  แต่นักปริยัติทำเป็นไม่รู้ ไม่เห็น

จักรพรรดิที่กำลังสร้างบารมีอยู่นั้น มีกายเหมือนกัน แต่เป็นกายละเอียด ดังที่จะได้กล่าวถึงในบทความนี้

จักรพรรดิสามารถจัดแบ่งออกเป็นประเภทได้หลายแบบ ถ้าเอาตัวเราเป็นเกณฑ์ในการจัดแบ่งจักรพรรดิ  จักรพรรดิก็จะมี 2 ประเภทคือ จักรพรรดิในกายกับจักรพรรดินอกกาย

จักรพรรดิในกายก็คือ รัตนะเจ็ด ได้แก่ ช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนพลแก้ว นางแก้ว ขุนคลังแก้ว แก้วมณี และจักรแก้ว

จักรพรรดิในกายทั้ง 7 ประเภทนี้ จักรแก้วจะเป็นประธาน มีอำนาจมากกว่าจักรประเภทอื่นๆ

รัตนะเจ็ดนี้ จะมีเฉพาะผู้ปฏิบัติธรรม  อาจจะมีครบหรือไม่ครบทั้ง 7 ประเภทก็ได้  ถ้าไม่ครบต้องไปขอเพิ่มกับพระพุทธองค์

จักรพรรดิอีกประเภทหนึ่ง คือ จักรพรรดินอกกาย  จะมีอยู่ตามรัตนชาติต่างๆ  จักรพรรดินอกกายเหล่านี้ก็จะมี 7 ประเภทเหมือนกัน แต่ในแต่ละรัตนชาติ มักจะเป็นจักรพรรดิประเภทใดประเภทหนึ่ง  ไม่ได้มีครบ 7 อย่างแบบจักรพรรดิในกาย

ผมได้นำพลอยอ่อนมาแกะเป็นจักรแก้ว  ในจักรแก้วเหล่านี้ มีจักรพรรดิที่เป็นจักรแก้วอยู่  จักรแก้วทั้งหมดลงมาจากนิพพานเพื่อสร้างบารมี


ในการไปสอนปฏิบัติธรรมบางครั้งมีเวลาเหลือมาก และเด็กนักเรียนก็ชอบกิจกรรมนี้มากคือ วาดรูป

ผมจึงสอนให้นักเรียนตรวจดูจักรพรรดิข้างใน และวาดรูปออกมา

นี่คือตัวอย่างวิดิโอการดูจักรพรรดิในเรือนจักรแก้ว



สำหรับภาพของจักรพรรดิจักรแก้วในเรือนของท่านก็เป็นดังนี้


ภาพที่ 1-5 เป็นภาพที่นักเรียนโรงเรียนบ้านบุใหญ่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาเป็นผู้วาด







 ภาพที่ 6-9 เป็นภาพที่นักเรียนโรงเรียนวัดทุ่งพึ่ง อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานีเป็นผู้วาด






จะเห็นได้ว่า นักเรียนวาดภาพจักรแก้วได้คล้ายกัน ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ ความนิ่งของนักเรียนกับบารมีเดิมของนักเรียน

สิ่งที่เป็นความจริงที่ผมต้องการจะเน้นก็คือ ศาสนาพุทธนั้นเป็น “ความจริง” อย่างหนึ่ง และสามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method) ซึ่งผมได้ทำไปแล้ว ก็คือ ไปสอนในหลายๆ ที่ แล้วให้นักเรียนเหล่านั้นวาดภาพมาให้ดู

ซึ่งนักเรียนทุกโรงเรียนทำได้ทั้งนั้น
..........................................................................



นักเรียนโรงเรียนกิริวัฒนศักดิ์วาดกายฝัน

วันนี้ ผมไปสอนที่โรงเรียนกิริวัฒนศักดิ์ จึงสอนให้เด็กนักเรียนวาดกายฝันของผม เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับของนักเรียนโรงเรียนบ้านบุใหญ่

วิธีการก็คือ

ผมก็นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าห้อง  แล้วก็บอกให้เด็กนักเรียนส่งใจมองที่ปากช่องจมูกของผม นักเรียนหญิงก็ด้านซ้าย  นักเรียนชายก็ด้านขวา

แล้วก็เพลาตา จอมประสาท แล้วก็ไปฐานที่ 7  นักเรียนก็จะเห็นดวงธรรมของผม

ต่อจากนั้นก็ส่งใจนิ่งไปกลางดวงธรรม ก็จะเห็นจุดเล็กใส

เมื่อเห็นจุดเล็กใสก็ส่งใจไปที่จุดเล็กใสนั้น แล้วนึกให้จุดเล็กใสว่างออกไป ก็จะเห็นกายฝันของผม

วิดิโอนี้ เด็กนักเรียนชั้น ป. 1 - ป.3 ดูกายฝันหรือกายมนุษย์ละเอียดของผม



วิดิโอนี้ เด็กนักเรียนชั้น ป. 4 - ป.6 ดูกายฝันหรือกายมนุษย์ละเอียดของผม



ต่อไปก็เป็นภาพที่นักเรียนวาด











การสอนครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าวิชาธรรมกายนั้น เป็นสติปัฏฐาน 4 ของแท้ดั้งเดิมในตัวของวิชาเอง หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงไม่ได้ “โปรโมท” บ้าๆ บอๆ อย่างพระพม่า เด็กนักเรียนเห็นกายฝันหรือกายมนุษย์ละเอียดของผม ก็คือ การเห็นกายในกาย ณ ภายนอก

สาวกพระพม่า พวกบ้า 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ไม่เห็นมีใครอธิบายได้ชัดเจน และสามารถสอนให้คนอื่นเห็นได้อย่างชัดเจนเหมือนอย่างที่ผมทำไปแล้วนี้

หรือพวกสมองหมา ปัญญาควายสาวกของพระพม่าจะมีข้อโต้เถียงก็ว่ามา..
...............................................................................